เครื่องสำอางค์ ครีมบำรุง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิว ?

เครื่องสำอางค์ ครีมบำรุง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิว ? ครีมบำรุง ไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว แต่ยังช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และฟื้นฟูผิวหยาบกร้านให้เนียนนุ่ม แต่ในท้องตลาดปัจจุบันมีครีมบำรุงหลายชนิดให้เลือกใช้ สาว ๆ จึงควรเลือกใช้ครีมบำรุงที่ดีและเหมาะกับสภาพผิวของตัวเองด้วย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลผิวพรรณ

ครีมบำรุง คือ อะไร ?

ครีมบำรุง คือ ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ปกป้องผิวจากสิ่งสกปรกภายนอก บรรเทาอาการผิวหนังอักเสบชนิดไม่รุนแรง ลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น และช่วยปรับสภาพผิวก่อนลงเครื่องสำอาง ครีมบำรุงจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่สาว ๆ ควรใช้และมีติดตัวไว้

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรเลือกครีมบำรุงที่เหมาะสมกับลักษณะผิวของตนเอง โดยครีมบำรุงที่จำหน่ายตามท้องตลาดมีหลายชนิดและรูปแบบ ทั้งโลชั่น สเปรย์ ครีม และขี้ผึ้ง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ดังนี้

โลชั่น เหมาะกับผิวที่มีขนดกหรือผิวบริเวณที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบ เพราะโลชั่นมีเนื้อบางเบา ทำให้เกลี่ยได้ง่าย แต่มีความเข้มข้นค่อนข้างน้อย
ครีม เนื้อครีมมีลักษณะไม่มันเยิ้มจนเกินไปและสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว จึงเหมาะสำหรับใช้ทาระหว่างวัน
สเปรย์ เหมาะสำหรับฉีดพ่นผิวบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก และผิวที่มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อซึ่งไม่ควรใช้มือสัมผัส
ขี้ผึ้ง เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวแห้งกร้าน เพราะส่วนใหญ่ครีมชนิดนี้ไม่มีส่วนผสมของสารกันบูดและยังมีความเข้มข้นสูงด้วย เมื่อชโลมลงบนผิวอาจทำให้รู้สึกมันและลื่น จึงควรใช้ก่อนเข้านอนและไม่ควรใช้กับผิวบริเวณที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบ

ส่วนผสมของครีมบำรุง

ในปัจจุบันมีครีมบำรุงให้เลือกใช้หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้ออาจมีสี กลิ่น และสารบางชนิดแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปมักประกอบด้วยส่วนผสมต่อไปนี้

– น้ำ หลายคนอาจคิดว่าครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันปริมาณมากจะช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งได้ดี แต่จริง ๆ แล้วน้ำมันไม่ได้ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นได้เหมือนน้ำ เพราะผิวแห้งกร้านเกิดจากการขาดน้ำ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำปริมาณมากจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าในการเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว ซึ่งครีมบำรุงส่วนใหญ่เป็นสารประกอบระหว่างน้ำกับน้ำมัน เพราะน้ำจะระเหยไปอย่างรวดเร็วเมื่อทาลงบนผิว จึงจำเป็นต้องมีน้ำมันช่วยโอบอุ้มน้ำเอาไว้ให้ผิวดูดซึมน้ำในครีมได้มากขึ้น
– สารป้องกันการระเหยของน้ำ เป็นส่วนผสมที่ช่วยให้น้ำในครีมบำรุงระเหยช้าลง เช่น ปิโตรเลียม เซตทิลแอลกอฮอล์ (Cetyl Alcohol) ลาโนลิน (Lanolin) พาราฟิน (Paraffin) เลซิทิน (Lecithin) กรดสเตียริก (Stearic Acid) น้ำมันจากแร่ธาตุ (Mineral Oil) และซิลิโคน เป็นต้น ส่วนครีมบำรุงผิวที่อ้างว่าไม่มีส่วนผสมของน้ำมันหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมันจากแร่ธาตุและน้ำมันจากพืช แต่อาจใช้ซิลิโคนเป็นสารป้องกันการระเหยของน้ำแทน
– สารดูดความชุ่มชื้น มีคุณสมบัติดูดความชุ่มชื้นจากอากาศและชั้นหนังแท้มาไว้ที่ชั้นหนังกำพร้า เช่น กลีเซอรีน (Glycerin) น้ำผึ้ง วิตามินบี 5 ซอร์บิทอล (Sorbitol) และยูเรีย (Urea) เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สารดังกล่าวอาจส่งผลให้ผิวแห้งมากขึ้นหากหนังกำพร้าไม่สามารถกักเก็บน้ำที่ดูดซึมมาได้ จึงจำเป็นต้องมีสารป้องกันการระเหยของน้ำช่วยโอบอุ้มน้ำไว้ที่หนังกำพร้าด้วย
สารเคลือบร่องผิวหนังชั้นบน เป็นสารที่ช่วยให้ผิวเรียบลื่น ซึ่งซิลิโคนและสารดูดความชุ่มชื้นบางชนิดในครีมบำรุงก็อาจมีคุณสมบัติช่วยเคลือบร่องผิวหนังชั้นบนได้เช่นกัน
– วิตามิน กรดเรทิโนอิก (Retinoic Acid) เป็นวิตามินเอชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนริ้วรอยโดยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน แต่ผู้ประกอบการบางรายอาจใช้วิตามินเอในรูปของเรทินิลปาล์มมิเทต (Retinyl Palmitate) ซึ่งไม่มีคุณสมบัติลดเลือนริ้วรอยแต่ทำหน้าที่คล้ายสารดูดความชุ่มชื้น และครีมบำรุงบางยี่ห้ออาจมีวิตามินซีหรือวิตามินอีเป็นส่วนประกอบ เพราะเชื่อว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่อาจส่งผลดีต่อผิว อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมภายนอกก็อาจทำให้ประสิทธิภาพในการบำรุงผิวของวิตามินทั้ง 2 ชนิดนี้ลดลงไปได้เช่นกัน
– เมนทอล สารชนิดนี้มักเป็นส่วนประกอบในครีมบำรุงที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการคัน เพราะให้ความรู้สึกเย็นหลังทาซึ่งอาจช่วยลดอาการคันได้

การเลือกใช้ครีมบำรุงให้เหมาะกับสภาพผิว

ผิวทั่วไป หากผิวไม่มันและไม่แห้งจนเกินไป ควรเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำและซิลิโคนชนิดเบา เช่น ไซโคลเมทิโคน (Cyclomethicone) เพราะมีเนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ

ผิวมัน หลายคนมองว่าผิวมันไม่จำเป็นต้องใช้ครีมบำรุง แต่ผู้ที่มีผิวมันควรใช้ครีมบำรุงเพื่อปกป้องผิวหลังล้างหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น โดยเลือกครีมเนื้อโลชั่นที่ระบุไว้ว่าไม่อุดตันรูขุมขน เพื่อลดโอกาสการเกิดสิว

ผิวแห้ง เหมาะกับครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมัน และควรใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวที่ทำมาจากปิโตรเลียมบนผิวหนังบริเวณที่แห้งและหยาบกร้านมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำไว้ที่ผิวได้นาน

ผิวแพ้ง่าย เป็นผิวที่ไวต่อสิ่งรบกวนภายนอก โดยเฉพาะสารเคมีและสภาพอากาศ ซึ่งทำให้เกิดอาการระคายเคือง มีผื่นแดง ตุ่มนูน รู้สึกคัน หรือแสบผิวได้ง่าย จึงควรเลือกครีมบำรุงผิวที่ใช้ส่วนผสมหลักจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อผิว เช่น คาโมมายล์ ว่านหางจระเข้ เป็นต้น รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่แต่งสีแต่งกลิ่นหรือมีกรดเป็นส่วนประกอบ

ผิวผู้สูงวัย อายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนังลดลงจนผิวแห้งแตกมากขึ้น จึงควรเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันและปิโตรเลียม เพื่อคงความเนียนนุ่มและชุ่มชื้นแก่ผิว และครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือเอเอชเอเป็นส่วนประกอบ เพื่อชะลอการเกิดริ้วรอย

การใช้ครีมบำรุงอย่างถูกวิธี

นอกจากการเลือกใช้ครีมบำรุงให้เหมาะกับสภาพผิวแล้ว สาว ๆ ควรใช้ครีมบำรุงอย่างถูกวิธี เพื่อประสิทธิภาพในการบำรุงและปกป้องผิวที่ดีที่สุด ดังนี้

= ครีมบำรุงชนิดไม่ต้องล้างออก ให้ทาลงไปบนผิวเบา ๆ ในทิศทางเดียวกับขน เพื่อป้องกันเนื้อครีมอุดตันรูขุมขน และสามารถทาซ้ำได้เมื่อรู้สึกว่าผิวขาดความชุ่มชื้น
= ครีมบำรุงชนิดล้างออก ให้ใช้ครีมประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่น แล้วลูบไล้ให้ทั่วผิว โดยไม่ควรใช้ครีมขณะผิวเปียก จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดและเช็ดเบา ๆ จนแห้ง
= ครีมบำรุงชนิดผสมในอ่างอาบน้ำ ให้ผสมครีมบำรุงกับน้ำอุ่นแล้วลงไปแช่ในอ่างอย่างน้อย 10 นาที จากนั้นจึงซับผิวให้แห้ง โดยควรใช้ครีมตามปริมาณที่ฉลากกำหนดอย่างเคร่งครัด และไม่ควรทาครีมชนิดนี้ลงบนผิวโดยตรง เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพของครีมลดลงได้

ผลข้างเคียงของครีมบำรุง

การใช้ครีมบำรุงนั้นค่อนข้างปลอดภัยหากใช้อย่างถูกวิธีและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์เสมอ แต่ในบางครั้งอาจเกิดผลข้างเคียงบางประการ เช่น มีผื่นแดง ปวดแสบปวดร้อนตามผิวหนัง รูขุมขนอุดตันหรือรูขุมขนอักเสบจนอาจก่อให้เกิดสิวตามมาได้ เป็นต้น ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวหลังจากใช้ครีมบำรุง ให้หยุดใช้ครีมทันทีและรีบไปพบแพทย์

ข้อควรระวังในการใช้ครีมบำรุง

เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงการเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ครีมบำรุง ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

ไม่ควรใช้ครีมบำรุงในปริมาณมากกว่าที่ฉลากกำหนด เพราะอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้
ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันและพาราฟินอาจติดไฟได้ จึงควรเก็บในภาชนะที่บรรจุครีม รวมถึงเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนที่เปื้อนครีมให้ห่างจากแหล่งกำเนิดไฟหรือจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟ
ใช้ช้อนหรือไม้พายตักครีมออกจากกระปุกแทนการใช้มือ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกจากมือปนเปื้อนในเนื้อครีม

Tags:

Related Post

เฮลั่น เจฟฟ์ เบซอส ขึ้นจรวดของบลูออริจิน ท่องอวกาศครั้งแรกฉลุยเฮลั่น เจฟฟ์ เบซอส ขึ้นจรวดของบลูออริจิน ท่องอวกาศครั้งแรกฉลุย

เจฟฟ์ เบซอส และเพื่อนร่วมทริปอีก 3 คน สุดดีใจ ประสบความสำเร็จในการขึ้นจรวดนิว เชพเพิร์ด ของบริษัทบลูออริจิน แตะขอบอวกาศครั้งแรก รอยเตอร์และบีบีซีรายงาน เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ก่อตั้งบริษัทแอมะซอน ดีใจอย่างที่สุด ประสบความสำเร็จในการขึ้นจรวดนิวเชพเพิร์ด ขึ้นไปท่องอวกาศครั้งแรก และกลับลงสู่พื้นโลกกลางทะเลทรายในรัฐเทกซัส ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่น โดย เจฟฟ์ เบซอส ถึงกับกล่าวด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า วันนี้คือวันที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นเลยทีเดียว

ดูหนังฝรั่ง : The Last Letter From Your Lover ที่แสนจะอบอุ่นหัวใจดูหนังฝรั่ง : The Last Letter From Your Lover ที่แสนจะอบอุ่นหัวใจ

ดูหนังฝรั่ง : The Last Letter From Your Lover ที่แสนจะอบอุ่นหัวใจ เป็นภาพยนตร์หนังรัก 2 ช่วงเวลาของแต่ละยุคสมัยที่มีความน่าสนใจกับใคร ที่ชื่นชอบประเด็นในเรื่องแบบนี้ ค่อนข้างลงตัวไม่น้อยเลยทีเดียวและงานสร้างรวมไปถึงนักแสดง ค่อนข้างดีเลยทีเดียวอีกทั้ง เรื่องราวบางส่วนมีความน่าสนใจ เป็นอย่างมากมีการนำเสนอเรื่องราวที่ให้อารมณ์ร่วมได้ดี

“ไข้เด็งกี” คร่าชีวิตคนอินเดียมากกว่า 100 รายภายในสองสัปดาห์“ไข้เด็งกี” คร่าชีวิตคนอินเดียมากกว่า 100 รายภายในสองสัปดาห์

สำนักงานสาธารณสุขแห่งรัฐอุตตรประเทศ ตั้งอยู่ทางเหนือของอินเดีย รายงานว่า นับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.ปีนี้ มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่จากไข้เด็งกีแล้ว “มากกว่า 100 ราย” พบมากที่สุดในเขตไฟโรซาบาด มีผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 58 ราย